มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมงาน นิทรรศการ MARSI เป็นงานแสดงภาพเขียนของ หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่สยามพารากอน เป็นภาพเขียนสีน้ำมัน สวยเชียวล่ะ เจ้าของผลงานจัดเป็นศิลปินเต็มตัว ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ จากมาดริด ประเทศสเปน ทรงมีฝีมือด้านการวาดภาพชนิดหาตัวจับยาก (ขอใช้คำสามัญนะครับ) ทรงเปิดงานแสดงผลงานที่กรุงปารีสหลายครั้งในช่วงปี พ.ศ.๒๕๐๗-๒๕๑๕ ปัจจุบันท่านพำนักอยู่ที่ฝรั่งเศสและว่างเว้นจากการเขียนภาพมานาน ด้วยอาการป่วยและอายุที่มากขึ้น การจัดแสดงภาพครั้งนี้จึงถือเป็นการจัดแสดงต่อสาธารณชนในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ลองไปชมกันนะครับ งานเขาจะจัดถึงวันที่ 29 มีนาคม เท่านั้น
แต่ถ้าหากใครแวะเวียนไปเที่ยวที่ “วังสวนผักกาด” น่าจะคุ้นเคยกับชื่อ ห้องศิลปนิทรรศมารศี ซึ่งทางวังสวนผักกาดใช้เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปสำหรับศิลปินแขนงต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ก่อนที่จะได้ชมงานในครั้งนี้หรือแม้กระทั่งในขณะที่ชมงาน ผมได้ยินคำถามทำนองว่า ภาพอะไรเนี่ย ดูไม่เข้าใจ ทำไมวาดไม่สวยเลย ทำไมคนมีหัวเป็นหมา ทำไมเป็นโครงกระดูก ทำไมหน้าคนถึงดูเบี้ยวๆ ฯลฯ เหล่านี้คือภาพเขียนในแบบที่เรียกว่า Surrealism ถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการในบ้านเราว่า แนวเหนือจริง
Surrrealism กำเนิดเมื่อใดไม่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆ คือมันเจริญเฟื่องฟูมากๆ ในยุคสงครามโลก จากกลุ่มศิลปินที่เกลียดชังสงคราม พวกเขาจึงพยายามต่อต้านด้วยวิธีการเท่าที่พวกเขาจะทำได้นั่นก็คือใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือ
ปรกติแล้วเราจะได้ยินคำว่า Realism หรือ Realistic คือการถ่ายทอดความงามออกมาตามที่สายตาเรามองเห็น เมื่อเรามองสิ่งใดแล้วตัดสินใจว่ามันงาม เราก็ถ่ายทอดมันออกมาอย่างที่เรามองดู แต่ความงามในแบบ Surrealism อาจจะไม่งามในสายตาของคนทั่วไป ความงาม (หรือความไม่งาม) ในสายตาของศิลปินจึงถูกถ่ายทอดออกมาแบบบูดๆ เบี้ยวๆ เพ้อฝัน เต็มไปด้วยจินตนาการ ก็เหมือนกับสงครามที่เลวร้าย ศิลปินจึงเอาความเลวร้ายตอกกลับไปเป็นการเอาคืน
ศิลปะแนวนี้จึงออกมาดูเพี้ยนๆแต่แฝงด้วยสัญลักษณ์ที่มีความหมายสะท้อนถึงอะไรก็ตามที่ศิลปินนึกคิด ความสกปรก หยาบโลน ลามก บูดเบี้ยว เสียดสี อะไรก็ตามที่เหนือจากความเป็นจริงตามแต่ที่ศิลปินจะจินตนาการ ซึ่งปลดปล่อยออกมาจาก “จิตใต้สำนึก”
เมื่อพูดถึงคำนี้ก็ให้โยงไปถึงนักจิตวิทยาชื่อดัง ซิกมันด์ ฟรอยด์ ซึ่งเขามีชีวิตอยู่ในช่วงที่ศิลปะแนวนี้กำลังเฟื่องฟูในยุโรป ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ ยิ่งช่วยเสริมให้ Surrealism มีพลังมากขึ้นไปอีก เนื่องจากมันถูกเขียนขึ้นมาจากจิตใต้สำนึกของศิลปิน งานแนวนี้จึงโดดเด่นในเรื่องของเนื้อหาและเทคนิค โดยเฉพาะเนื้อหาที่มักจะสะท้อนเรื่องราวความอัปลักษณ์ของสังคม ความผิดหวัง ความตาย ความกลัว เสียดสีสังคม เป็นต้น

ภาพ The Persistence of Memory จาก http://artgalleryartist.com

Premonition Of Civil War จาก http://artgalleryartist.com
งานเขียน Surrealism ที่เด่นๆ ที่ท่านอาจจะคุ้นตากันเช่น The Persistence of Memory (1931) และ Premonition Of Civil War (1936) ผลงานของ Salvador Dali



















