ถ้านกทั้งหลายไม่ยอมร้องเพลง…ฉันจะฆ่ามันให้หมด (โนบูนางะ)
ถ้านกทั้งหลายไม่ยอมร้องเพลง…ฉันจะสอนให้มันร้อง (ฮิเดโยชิ)
ถ้านกทั้งหลายไม่ยอมร้องเพลง…ฉันจะเฝ้ารอให้มันร้องเอง (อิเอยาสุ)*
ประโยคทั้งสามข้างต้นนี้เป็นการบรรยายถึงลักษณะนิสัยของอดีตผู้ยิ่งใหญ่ของญีปุ่นในยุคแรกเริ่มได้เป็นอย่างดี
ถ้าเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เรามักจะคุ้นเคยกับคำ ๓ คำ นั่นคือ สมเด็จพระจักรพรรดิ์ โชกุน และไดเมียว ส่วนใหญ่เราอาจจะมีความเข้าใจสับสนกันระหว่าง ๓ คำนี้ ซึ่งคนไทยอาจจะได้รับข้อมูลมาจากสื่อต่างๆ ทั้งข่าว ละคร การ์ตูน หรือนิยายต่างๆ คำว่าสมเด็จพระจักรพรรดิ์ หรือ จักรพรรดิ์ มีความหมายตรงตัวคือผู้ปกครองอาณาจักร หรือก็คือตำแหน่งกษัตริย์นั่นเอง มีการสืบทอดกันมาตามสายเลือด มีอำนาจปกครองสูงสุดหรือเป็นเจ้าชีวิตนั่นเอง
คำว่า โชกุน คือตำแหน่งผู้บริหารราชการแผ่นดินหรือจะเปรียบกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ ซึ่งควบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดไว้ด้วย เนื่องจากมีอำนาจควบคุมกองกำลังทหารไว้ในมือ ทั้งกองกำลังของตนเองหรือกองกำลังของราชสำนัก ตำแหน่งโชกุนใช้วิธีการสืบทอดกันตามสายเลือดเช่นเดียวกัน คือเป็นพระญาติหรือผู้สืบเชื้อสายจากสมเด็จพระจักรพรรดิ์ ในบางยุคที่สมเด็จพระจักรพรรดิ์มีอำนาจเข้มแข็ง มีพระปรีชาสามารถมาก ก็สามารถกุมอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินและกองทัพไว้ในการควบคุมของพระองค์ แต่ในบางยุคสมัยที่ราชสำนักอ่อนแอ โชกุน จึงก้าวขึ้นมามีอำนาจเหนือพระจักรพรรดิ คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ดังที่เราเคยเห็นกันในละครหรือในการ์ตูนอยู่ทุกบ่อย
คำว่า ไดเมียว คือตำแหน่งผู้ปกครองหัวเมืองหรือบรรดาเจ้าเมืองต่างๆ ที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของโชกุนหรือสมเด็จพระจักรพรรดิอีกทอดหนึ่ง ตำแหน่งไดเมียวไม่จำเป็นต้องสืบเชื้อสายมาจากสมเด็จพระจักรพรรดิ์ นายทหารชั้นผู้ใหญ่หรือแม่แต่คนธรรมดา หากมีความสามารถก็สามารถขึ้นครองตำแหน่งไดเมียวได้เช่นกัน
ไดเมียวนั้นมีเมืองและกองกำลังทหารเป็นของตนเอง ในบางครั้งจึงปรากฏว่ามีไดเมียวบางคนพยายามตั้งตนเป็นใหญ่ โดยการโค่นล้มไดเมียวอื่นๆ บางยุคสมัย ไดเมียวคนสำคัญอาจจะมีบารมีมากกว่าโชกุนเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยประเพณีที่สืบทอดกันมา ทำให้ไดเมียวนั้นๆ ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะขึ้นเป็นโชกุนได้ ตัวอย่างเช่น โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (ค.ศ. ๑๕๓๖-๑๕๙๘) ในช่วงที่เขาเรืองอำนาจสูงสุด ก็ยังไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นโชกุนได้ เนื่องจากเขาเกิดในครอบครัวชาวนา แต่ในทางปฏิบัติแล้วเขากุมอำนาจการบริหารเอาไว้ในมือเพียงผู้เดียว

โทกุงาวะ อิเอยาสุ ผู้นำทางการทหารคนสำคัญ ได้รับการแต่ตั้งจากพระจักรพรรดิ์ให้ดำรงตำแหน่งโชกุน เมื่อ ค.ศ. ๑๖๐๓

โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้นำทางการทหารคนสำคัญอีกท่าหนึ่ง แต่ไม่สามารถเป็นโชกุนได้เนื่องจากมีเชื้อสายมาจากชาวนา
ทั้งสามตำแหน่งข้างต้นนี้ ล้วนแต่มีบทบาทในประวัติศาสต์ของประเทศญี่ปุ่นมาช้านาน ในบางยุคสมัยเราจะพบว่าการบริหารบ้านเมืองนั้นตกอยู่ในเงื้อมมือของโชกุน แทนที่จะเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ์ เนื่องจากราชสำนักอ่อนแอ ตำแหน่งจักรพรรดิจึงเป็นเสมือนหุ่นเชิดเท่านั้น หรือในบางยุคที่โชกุนอ่อนแอ บรรดาไดเมียวต่างๆ จึงพากันแข็งเมือง และก้าวขึ้นมามีบทบาทเหนือโชกุน ที่เปลี่ยนสถานะมาเป็นเพียงหุ่นเชิดบ้าง ทั้งหมดนี้ต่างสลับหน้าที่และบทบาทไปตามสถานภาพของแต่สกุล ซึ่งไม่ต่างไปจากอาณาจักรอื่นๆ ในโลก ที่ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะได้ครองอำนาจสูงสุด
ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนานพอสมควร แม้ในปัจจุบันจะมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ แต่ในอดีตนั้นเชื่อว่าญี่ปุ่นเคยเป็นผืนแผ่นเดียวกับแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากมีการขุดสำรวจพบกระดูกช้างโบราณ ซึ่งไม่ใช่สัตว์ท้องถิ่นของญี่ปุ่น แต่เพราะการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ทำให้ญี่ปุ่นแปรสภาพกลายเป็นเกาะอย่างในปัจจุบัน
ประชากรบนเกาะญี่ปุ่นนั้นไม่สามารถระบุชี้ชัดไปได้ว่ามาจากที่ใด แต่จากสภาพที่ถูกโดดเดี่ยวจากแผ่นดินใหญ่ ทำให้ชาวญี่ปุ่นในยุคแรกๆ ตื่นตัวในการเรียนรู้วัฒนธรรมของคนต่างถิ่น ในทางตรงข้ามพวกเขาเองได้รับปกป้องจากการรุกรานของประเทศอื่นเช่นกัน จึงไม่ได้วิตกในเรื่องของการถูกผสมผสานด้านวัฒนธรรมเสียเท่าไหร่
* จาก Croft, A. History of the Far-East. New York: Longmans, Green, 1958. แปลความโดย รศ.เพ็ญศรี กาญจโนมัย






























