Tag Archives: จิตวิทยา

One Missed Call…ทำไมแม่ไม่รักหนู?

missed-call

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่หนังสยองขวัญจากแดนปลาดิบกำลังบูมในบ้านเรา นำมาโดย The Ring แต่กว่าที่จะได้ดูกันอย่างเปิดเผยก็ปาเข้าไปช่วงปี ๒๐๐๐ ทั้งที่ผีซาดาโกะเขาออกฉายมาตั้งแต่ปี ๑๙๙๘ นั่นแล้ว สำหรับคอหนังบ้านเราที่ขวนขวายหาดูหน่อยก็พอจะมีแหล่งที่หาเช่า+ซื้อดูกันได้ (แต่ก็นับว่าไม่ถูกกฎหมายนักอ่ะนะ) สรุปว่ากว่าที่บ้านเราจะฮือฮากับความสยองของซาดาโกะนั่นก็ช้ากว่าชาวบ้านเขาไปเกือบ ๓ ปี

เช่นเดียวกับผีซาดาโกะ ผีมือถือใน One Miissed Call หรือชื่อไทยที่แสนจะตรงประเด็นว่า สายไม่รับดับสยอง (คล้องจองและชวนให้เห็นภาพดีแท้) เรื่องนี้ข้าพเจ้าก็มีโอกาสได้ชมล่วงหน้าก่อนชาวบ้านเกือบสองปีเลยทีเดียว (อานิสงส์จากร้านเฟม ท่าพระจันทร์ ตอนโน้นยังเป็นวิดีโอเทปอยู่เลย ภาพเลยแตกๆ ไม่คมเปรี๊ยะเหมือนฉบับ DVD) นับว่าสยองเอาการทีเดียว จนกระทั่งเข้ามาฉายในโรงบ้านเราแบบเงียบๆ ไม่ถึงกับเปรี้ยงปร้างนัก แต่สำหรับคอหนังสยองขวัญแดนปลาดิบต้องไม่พลาดชม

มุขผีๆ ที่ใช้ใน One Missed Call ออกจะคล้ายๆ The Ring คือผีซาดาโกะใช้วิธีฆาตกรรมต่อเนื่องผ่านทางวิดีโอเทปที่ดูต่อกันเป็นทอดๆ ในขณะที่ผีมือถือใช้วิธีการส่งต่อผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ในซิมมือถือของเหยื่อ เริ่มต้นเรื่องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง กลุ่มเด็กวัยรุ่นนักศึกษากำลังสังสรรค์กันอย่างสนุกสนานและนัดแนะกันไปเที่ยว ต่างคนต่างแลกเบอร์โทรกัน (น่าสงสัยว่าเป็นเพื่อนกันประสาอะไรตั้งนาน ถึงเพิ่งจะมาแลกเบอร์กันอีตอนนี้) ตัวเอกของเรื่องเป็นสาวน่ารักชื่อ ยูมิจัง ปลีกตัวมาทำธุระในห้องน้ำกับโยโกะเพื่อนสนิท ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของโยโกะก็ดังขึ้น ปรากฎข้อความสายที่ไม่ได้รับ เมื่อกดฟังก็เป็นเสียงสนทนาของเธอเองตามมาด้วยเสียงกรีดร้อง และยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่เมื่อหน้าจอขึ้นว่าโทรมาจากเครื่องของเธอเองในอีก ๓ วันล่วงหน้า

omc01

ความพิศวงที่ว่านี้ถูกเฉลยโดยในคืนวันถัดมา ขณะที่ยูมิกำลังเม้าท์กับโยโกะ ช่วงหนึ่งของบทสนทนาเหมือนกับที่พวกเธอได้ยินเมื่อคืนวาน ทันใดนั้นเองหญิงสาวก็มีสีหน้าตกใจสุดขีด ร่างของเธอลอยละลิ่วตกมาจากสะพานและถูกรถไฟขยี้ร่างเป็นชิ้นๆ ความสยองยังไม่จบแค่นั้น กล้องจับไปที่มือของโยโกะกำลังกำโทรศัพท์ก่อนที่จะค่อยๆ ถอยออกมาเห็นเป็นเพียงท่อนแขนที่ขาดสะบั้นกำลังกดโทรศัพท์ … เธอกำลังโทรหาใครกันแน่!

จากนั้นไม่นาน เคนจิ เพื่อนในกลุ่มของยูมิอีกคนหนึ่งก็ได้รับข้อความเสียงในแบบเดียวกัน โดยมันถูกส่งมาจากเครื่องของเขาเองในอีก ๓ วันข้างหน้า แน่นอนว่าเคนจิเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่ยูมิกลับไม่คิดอย่างนั้น และแล้วสิ่งที่ยูมิกลัวก็เกิดขึ้นจนได้ คราวนี้เธอได้เห็นเคนจิต้องตายอย่างสยดสยองต่อหน้าต่อตาของเธอเอง นี่มันเกิดอะไรขึ้น

one1
14
one3

เพื่อนๆ ในกลุ่มต่างโจษจันและหวาดกลัวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ต่างคนต่างลบเบอร์โทรศัพท์ในเครื่องของตนทิ้งเพื่อไม่ให้เครื่องของตนเชื่อมโยงกับเครื่องของคนอื่นได้อีก แต่เหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้งกับ นัทสึมิ เพื่อนรักอีกคนของยูมิ เรื่องราวกลับใหญ่โตโครมครามเมื่อสถานีโทรทัศน์เห็นช่องทางเพิ่มเรตติ้งจัดการถ่ายทอดสดเพื่อพิสูจน์ข่าวลือเกี่ยวกับโทรศัพท์อาถรรพ์ แน่นอนว่าชะตากรรมของนัทสึมิก็ไม่ต่างอะไรไปจากสองคนแรก แต่คราวนี้การตายของเธอถูกถ่ายทอดออกอากาศไปทั่วประเทศ และถัดจากนั้น … โทรศัพท์ของยูมิก็ดังขึ้น!

แกนหลักๆ ของหนังเห็นจะมีอยู่ตรงที่การพยายามสืบหาความจริงของเสียงโทรศัพท์ลึกลับที่ว่านี้ ความเข้มข้นเริ่มขึ้นในตอนที่ยูมิเริ่มพบเบาะแสบางอย่างที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับโทรศัพท์ลึกลับว่ามันมาจากไหน และทำไมต้องเป็นเธอ

ตามสไตล์หนังญี่ปุ่นที่มักจะไม่บอกเรื่องราวแบบตรงไปตรงมา แต่จะลำดับภาพและเหตุการณ์ให้ผู้ชมให้จินตนาการในการปะติดปะต่อเรื่องราวเอง หนังค่อยๆ เฉลยปมที่ว่าทีละนิดๆ ถึงปูมหลังที่น่าเศร้าของยูมิ เธอถูกทารุณกรรมจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่เด็ก หนังไม่ได้อธิบายถึงสาเหตุแต่เราก็พอจะอนุมานอย่างง่ายๆ ได้ว่าเป็นเพราะอาการป่วยทางจิต หรืออาจะเป็นไปได้ว่าแม่ของยูมิทำเพื่อเป็นการประชดต่อความไม่ไยดีจากสามีหรือพ่อของยูมิ เพราะเธอสารภาพมาเองว่าพ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน ตรงนี้เองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของยูมิกับครอบครัวไม่สู้ดีนัก

17

ในที่สุดยูมิก็สืบจนพบว่าต้นตอของเสียงโทรศัพท์นั้นเป็นของคุณแม่ลูกสองคนหนึ่งที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เธอได้รับการคาดเดาจากแพทย์ว่าอาจเป็น Munchausen by proxy เท่าที่ในเนื้อหนังได้อธิบายไว้ พร้อมกับการหาข้อมูลเพิ่มเติม จับความได้ว่าเป็นอาการป่วยทางจิตชนิดหนึ่ง ที่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่นโดยการทำให้คนใกล้ชิดป่วยโดยเฉพาะลูกของตัวเอง (อย่างในหนัง) เพื่อจะนำตัวมาหาหมอแล้วก็จะทุ่มเทดูแลจนทำให้สังคมเกิดความสงสารและยกย่องตัวเองว่าเป็นผู้เสียสละ คุณหมอใน One Missed Call วินิจฉัยว่าแม่ของเด็กหญิงน่าจะป่วยเป็นโรคนี้ เนื่องจากเธอพาลูกสาวคนเล็กมาพบหมอเป็นประจำด้วยอาการที่รุนแรงแตกต่างกันไป เช่น มีร่องรอยถูกทำร้าย เป็นต้น แต่ความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม คนที่ทำให้เด็กหญิงบาดเจ็บกลับเป็นพี่สาวของเธอเองต่างหาก

ลูกสาวคนโตมีอาการหอบ ท่านที่เป็นคงจะพอเข้าใจว่ามันทรมานแค่ไหน ผู้ป่วยต้องมียาพ่นติดตัวเสมอเพื่อช่วยบรรเทาอาการ ซึ่งเสียงพ่นยานี่เองที่ทำให้ยูมิจับสังเกตได้ถึงที่มาของเรื่องราว ตัวพี่สาวนั่นเองที่น่าจะมีอาการของ Munchausen by proxy คือเธอจะทำร้ายน้องสาวอาจจะด้วยเหตุผลสองประการ คือทำร้ายน้องเพราะแม่รักน้องมากกว่าในความรู้สึกของเธอ ทั้งที่เธอป่วยแต่แม่ก็ยังสนใจน้องมากกว่า หรือไม่ก็ทำให้น้องบาดเจ็บเพื่อที่ตัวเองจะได้แสดงบทบาทในฐานะพี่ที่ดี หลังจากทำร้ายน้องเธอจะให้ลูกอมเป็นค่าปิดปากไม่ให้น้องไปฟ้องแม่ (ซึ่งน้องก็เข้าใจว่าพี่สาวรักตัวเอง เพราะพี่สาวให้ลูกอมอร่อยๆ เสมอๆ) และเมื่อเธอสวมบทพี่ที่แสนดี แม่ก็จะกลับมาให้ความสนใจเธออีกครั้ง

one2
11
one5

น่าเศร้าที่เรื่องไปเป็นไปตามที่เธอหวัง วันหนึ่งแม่กลับมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เมื่อเข้าใจเรื่องทุกอย่างก็รีบพาลูกคนเล็กไปโรงพยาบาลพร้อมกับดุด่าเธอ ทันใดนั้นอาการหอบของเธอกำเริบ เธอร้องเรียกให้แม่ช่วย แต่แม่กลับเมินเฉยมองเธอด้วยสายตาเย็นชา และตัดใจทำเป็นไม่สนใจ ตรงนี้เองที่อาจเข้าใจได้ว่าแม่คิดว่าเธอแสร้งทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ หรืออีกมุมหนึ่งอาจเป็นได้ว่าแม่ไม่สนใจเธอจริงๆ จะด้วยความโกรธ หรือเป็นการสั่งสอนเธอก็แล้วแต่ ในที่สุดเธอก็เสียชีวิต พร้อมกับความแค้นที่แม่เธอปล่อยให้เธอตายโดยไม่ไยดี

หนังไม่ได้บอกชัดๆ ว่าคนแม่ตายเพราะผีลูกสาวหรือไม่ อย่างไร (แต่หนังก็ทำให้คิดไปเช่นนั้น) และความแค้นของเด็กสาวก็แพร่กระจายต่อเป็นทอดๆ โดนใช้สัญญาณโทรศัพท์จากมือถือของแม่ โดยส่งต่อจากเบอร์โทรหนึ่งไปอีกเบอร์โทรหนึ่ง (คงคล้ายๆ ทฤษฎี ๖ สัมพันธ์ ลองอ่านได้ใน Six Degree Seperation) ท้ายสุดบทสรุปของยูมิก็ไม่ต่างจากผีเด็กสาว เป็นไปได้ว่าเธอก็อยากจะเรียกร้องความสนใจจากแม่ (แต่เธอถูกแม่ทำร้ายในวัยเด็ก) หรือไม่ก็อาจเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ (เพราะเธอเห็นย่าตาย เข้าใจได้ว่าเป็นฝีมือของแม่ของเธอ ซึ่งก็อาจมีอาการ Munchausen by proxy เช่นกัน) หนังนำเสนอง่ายๆ ว่ายูมิถูกผีเด็กเข้าสิง โดยให้เงาสะท้อนตัวเธอในกระจกเป็นภาพเด็กสาว แถมท้ายเรื่องยังทิ้งปริศนาไว้ เมื่อยูมิจัดการแทงพระเอกของเรา แต่ฉากจบเธอกลับเป็นคนดูแล ยิ้มอย่างอ่อนโยน และให้ลูกอมปลอบใจเหมือนที่เด็กสาวทำกับน้องไม่มีผิด

one6

หลายคนดูฉากจบแล้วงงๆ อาจตีความได้หลายอย่าง แต่ข้าพเจ้าว่าไม่ต้องตีความหมายให้ซับซ้อนมากมายหรอกครับ เอาแค่ว่าเหตุการณ์มันซ้ำรอยเดิมโดยมียูมิเป็นผู้รับช่วงต่อ ขอบอกว่ารอยยิ้มของเธอในตอนจบดูสยดสยองมากกว่าจะน่ารักนะครับ

ป.ล.๑ - One Missed Call สามารถหาชมได้ในบ้านเราครับ มีการทำภาคสองและสามออกมาด้วย แต่ไม่แนะนำครับ แค่ภาคแรกก็น่าครบถ้วนทุกอย่างแล้ว สองภาคที่ทำตามมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เนื้อหาออกทะเลไปไกลครับ

ป.ล.๒ – ฮอลลิวู้ดเอาไปทำใหม่ ใช้ชื่อเดียวกันคือ One Missed Call ถ้าเคยดูเวอร์ชั่นญี่ปุ่นก่อนก็คงเซ็งกับของฝรั่งทำ ถ้าไม่เคยมาก่อนก็พอจะดุสนุกได้ล่ะครับ

ป.ล.๓ – ติดตามอ่านเรื่องของ Munchausen by proxy ได้ที่http://kidshealth.org/parent/general/sick/munchausen.html หรือ 

http://en.wikipedia.org/wiki/Munchausen_syndrome_by_proxy

Monster : คนปีศาจ (ตอนสอง)

Monster : คนปีศาจ (ตอนแรก)

หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์พลิกผันขึ้น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลถูกสังหารอย่างเป็นปริศนา พร้อมด้วยทีมแพทย์อีก 2 คน อีกทั้งสองพี่น้อง โยฮัน และ แอนนา ก็หายตัวจากโรงพยาบาลอย่างไร้ร่องรอย นั่นยังไม่เลวร้ายเท่ากับคดีฆาตกรรมผู้อำนวยการ ที่ทุกอย่างบ่งชี้มาที่ตัวหมอเทมมะว่าเขาคือฆาตกร  

mon2aa 

แต่เพราะหลักฐานที่ไม่เพียงพอ หมอเทมมะ จึงรอดพ้นข้อสงสัยไปได้ เขาได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการคนใหม่ให้รับตำแหน่งหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ ชีวิตของหมอเทมมะกำลังกลับมาสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง … แต่แล้ว ปีศาจ ก็ปรากฏตัวขึ้น 

หมอเทมมะรับรักษาคนไข้รายหนึ่งชื่อ อดอล์ฟ ยุงเกลล์ เป็นตีนแมวกระจอกที่ไปมีส่วนพัวพันกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องคู่สามีภรรยาวัยกลางคน แม้จะเป็นคนไม่ดีแต่หมอเทมมะก็ให้ความดูแลอย่างเต็มที่ จนกระทั่งคืนหนึ่งยุงเกลล์หายตัวไปจากโรงพยาบาล หมอเทมมะตามรอยไปจนถึงตึกร้างแห่งหนึ่ง ที่นั่นเองเขาได้พบกับชายหนุ่มลึกลับ กำลังเล็งปืนมาที่ยุงเกลล์ 

mon2a 

9 ปีก่อน หมอช่วยชีวิตผมไว้ไม่ใช่หรือ ลืมไปแล้วรึไงชายลึกลับเอ่ยปากทักทายหมอเทมมะ 

ยุงเกลล์หลุดปากสารภาพออกมาหมดเปลือกว่าชายหนุ่มเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องคู่สามีภรรยา 4 ราย หมอเทมมะพยายามกล่อมให้โยฮันหยุดทำเรื่องเลวร้ายโดยเล่าว่าเพราะโยฮัน เขาจึงสำนึกว่าชีวิตคนเรามีค่าเท่ากัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ฆ่าคน 

แต่หมอพูดเองไม่ใช่เหรอ หมอตั้งความหวังไว้เองนี่นา คนแบบนั้นตายไปซะดีกว่า 

หมายความว่าคดีฆาตกรรมอดีตผู้อำนวยการเป็นฝีมือของโยฮัน ! ไม่ทันที่หมอเทมมะจะคิดอะไรต่อ ชายหนุ่มก็กระหน่ำยิงตีนแมวคนนั้นตายต่อหน้าหมอเทมมะ  

ตอนนั้นผมน่าจะตายไปแล้ว แต่หมอทำให้ผมฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ 

หมอเทมมะยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก เขาเป็นคนฟื้นคืนชีพให้ปีศาจอย่างงั้นล่ะหรือ !? หลังจากคืนนั้น หมอเทมมะก็หายตัวไป เขาออกเดินทางสืบเสาะหาตัวโยฮันเพื่อที่จะเป็นผู้ กำจัด ปีศาจที่เขาชุบชีวิตขึ้นมาด้วยตนเอง ขณะเดียวกันเขาก็ต้องหนีการตามล่าจากสารวัตร ลุงค์เก้ ผู้ที่ปักใจเชื่อว่าหมอเทมมะคือฆาตกรที่แท้จริง 

mon2b 

หมอเทมมะค่อยๆ สืบหาโยฮันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวทีละเล็กทีละน้อย โยฮันน่ากลัวเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มากนัก ในที่สุดเขาก็ได้พบกับ แอนนา น้องสาวฝาแฝดของโยฮันที่หายสาบสูญไปพร้อมกัน ซึ่งบัดนี้แอนนากลายเป็นสาวน้อยสดใสชื่อ นีน่า ภายใต้การดูแลของพ่อแม่บุญธรรม เธอมีชีวิตปรกติสุขเยี่ยงวัยรุ่นธรรมดาโดยที่ไม่มีความทรงจำก่อน 10 ขวบเหลืออยู่เลย จนกระทั่งในวันเกิดปีที่ 20 

นีน่า ได้รับเมล์ปริศนาว่าจะมารับตัวไปอยู่ด้วยเมื่ออายุครบ 20 เธอเริ่มสงสัยในอดีตของตัวเองและเมล์ปริศนาฉบับนั้น นีน่าไปยังสถานที่นัดพบที่ปรากฏในเมล์ ที่นั่นเธอได้พบกับหมอเทมมะที่ตามมาทันพอดี แต่มันก็ไม่ทันที่จะกลับไปช่วยพ่อแม่บุญธรรมที่ถูกสังหารโหดไปเสียแล้ว ด้วยฝีมือของโยฮัน โดยที่โยฮันไม่ได้เป็นคนลงมือ ! นีน่าช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความทรงจำในวัยเด็กกลับมาอีกครั้ง และหมอเทมมะก็ได้รับรู้ความจริงที่ว่า นีน่า นี่เองที่เป็นคนยิงโยฮันในตอนนั้น !

mon2c 

ฉันยิงพี่ไปแล้ว … ฉันฆ่าพี่ไปแล้วแท้ๆ นี่นา !!” 

ทั้งคู่หนีการตามล่าของตำรวจอย่างกระเซอะกระเซิง นีน่าพยายามปลอบหมอเทมมะว่า มันไม่ใช่ความผิดของเขาหรอก ที่สุดแล้วทั้งคู่ก็แยกจากกันไป โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ กำจัดโยฮันให้ได้

(ตอนหน้าจบแน่ รอหน่อย)

Monster : คนปีศาจ (ตอนแรก)

Monster : คนปีศาจ 
mon01
Monster : คนปีศาจ เป็นผลงานการ์ตูนแนวสืบสวน ลึกลับ สยองขวัญ ชั้นเยี่ยมของ นาโอกิ อุราซาว่า เจ้าของรางวัลชนะเลิศงาน Media Arts ครั้งที่ 1 ที่จัดโดยทบวงวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ในปี 1997 ไม่เพียงเท่านั้น อุราซาว่า ยังกวาดรางวัลเดียวกันนี้มาครองอีก 2 ครั้ง ในปี 2002 (ครั้งที่ 6) จากผลงานเรื่อง 20th Century Boys และในปี 2005 (ครั้งที่ 9) จากผลงานเรื่อง Pluto 

ผลงานเรื่อง Monster คนปีศาจ ฉบับภาษาไทย จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ เนชั่นเอ็ดดูเทนเมนท์ เป็นการ์ตูนที่ค่อนข้างจะแปลกใหม่สำหรับนักอ่านบ้านเรา ด้วยเนื้อหาที่ซีเรียส จริงจัง เหมือนกันอ่านนิยายสืบสวนเครียดๆ สักเรื่อง ว่าด้วยเบื้องลึกในจิตใจของคนเราที่ล้วนแต่มีปีศาจอยู่ข้างใน ขึ้นอยู่ที่ว่าใครจะควบคุมมันหรือว่าจะปล่อยให้มันออกมาอาละวาด อีกทั้งเนื้อหาที่เต็มไปด้วยพล็อตย่อยมากมายตลอดทั้งเรื่อง 

mon02

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อปี 1986 ที่ประเทศเยอรมนี ในยุคที่กำแพงเบอร์ลินยังไม่ถูกทำลาย เราได้รู้จักกับ ดร.เทมมะ ศัลยแพทย์มือดีชาวญี่ปุ่นที่ไปทำมาหากินอยู่ในดุสเซลดอร์ฟ หมอเทมมะก็เหมือนหมอหนุ่มทั่วไปที่มุ่งมั่นจะประสพความสำเร็จในฐานะศัลยแพทย์ฝีมือดี แต่เหนืออื่นใดภายในจิตใจลึกๆ ของเขาแล้วนั้นก็ยังคงตั้งคำถามกับตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ เมื่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่เขาสังกัดอยู่ ได้มอบหมายให้เขาทำงานวิจัยเพื่อนำไปเสนอในที่ประชุมนานาชาติโดยใช้ชื่อของตัวเอง หรืออาศัยให้หมอเทมมะเป็นนักวิจัยผีให้กับตนเองเพื่อแสวงหาชื่อเสียง หมอเทมมะไม่อาจจะปฏิเสธได้ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้รู้สึกชอบใจสักเท่าไหร่ แต่เพราะนั่นคือคำสั่งของคนที่เป็นเจ้านายแถมยังเป็นว่าที่พ่อตาในอนาคตของเขาเสียด้วย 

หน้าที่การงานของหมอเทมมะทำท่าจะไปได้สวย จนกระทั่งคืนหนึ่งเมื่อเขาได้รับมอบหมายให้ทำการผ่าตัดนักร้องโอเปร่าชื่อดัง การรักษาผ่านไปได้ด้วยดี สร้างชื่อเสียงให้กับโรงพยาบาลอย่างมาก แต่หมอเทมมะมารู้ภายหลังว่าก่อนหน้านั้นมีผู้ป่วยรายหนึ่งถูกนำตัวเข้ามาก่อน แต่เขากลับถูกสั่งให้รักษานักร้องโอเปร่าชื่อดังนั่นก่อน ท้ายที่สุดผู้ป่วยรายนั้นก็เสียชีวิต 

สามีของฉันถูกนำตัวมาก่อน แล้วทำไมถึงปล่อยให้เขาคอย … คุณเป็นหมอที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาล แล้วทำไมไม่ยอมผ่าตัดให้สามีฉัน ทำไม… 

mon03.jpgmon04.jpg 
สองสามีภรรยา ลีเบลท์ ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม เหลือเพียงบุตรสาว แอนนา ลีเบลท์ ที่อยู่ในอาการช็อคสุดขีด

หมอเทมมะรู้สึกผิดอย่างมากเมื่อถูกภรรยาของผู้ป่วยรายนั้นต่อว่า เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นมันถูกต้องแล้วหรือ เขานำเรื่องนี้ไปปรับทุกข์กับ เอวา คู่หมั้น แต่ก็ได้รับคำตอบที่ทำร้ายจิตใจของเขาอย่างมาก เมื่อเอวายืนยันว่าเขาทำถูกแล้วที่รักษาคนมีชื่อเสียงก่อน แม้ว่าจะต้องปล่อยให้คนงานชาวตุรกีนั่นตายไป  

ชีวิตของคนมีค่าเท่ากันซะเมื่อไหร่ล่ะ 

เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นซ้ำกันขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนายกเทศมนตรีถูกนำตัวเข้ามาหลังจากที่หมอเทมมะกำลังจะเข้าผ่าตัดเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกนำตัวเข้ามาหลังจากที่ถูกเข้าที่ศีรษะ เพื่อนหมอคนอื่นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเด็กคนนี้ไม่รอดแน่ แต่หมอเทมมะยืนยันที่จะรักษาเด็กคนนี้ก่อน แม้จะเป็นการขัดคำสั่งผู้อำนวยการก็ตาม 

mon05
เด็กชายโยฮันที่อาการเข้าขั้นโคม่า โอกาสรอดน้อยนิด แต่หมอเทมมะก็ยืนยันจะผ่าตัดด้วยตนเอง 

เด็กชายคนนั้นรอดชีวิต ส่วนนายกเทศมนตรีไม่รอด หมอเทมมะถูกตำหนิอย่างรุนแรง อนาคตของเขาดับวูบลง ถูกปลดจากตำแหน่ง และยังถูกเอวาถอนหมั้นเสียอีก แต่อย่างน้อยเขาก็เชื่อว่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่หมอเทมมะหารู้ไม่ว่า สิ่งที่เขาเชื่อว่าถูกต้องนั้น กำลังจะตามมาหลอกหลอนและทำลายชีวิตของเขาอย่างที่ไม่มีใครคาดถึง เด็กชายคนที่เขาช่วยชีวิตชื่อ โยฮัน มีน้องสาวฝาแฝดชื่อ แอนนา ทั้งสองเป็นบุตรบุญธรรมของสองสามีภรรยา ลีเบลท์ ชาวเยอรมันตะวันออกที่ลี้ภัยการเมืองมาอยู่ฝั่งตะวันตก จนกระทั่งถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม มีเพียง แอนนา ที่รอดตาย แต่เธอก็ช็อคจากเหตุการณ์ดังกล่าว จนไม่สามารถให้การใดๆ ได้ มีแต่คำพูดพึมพำเพียงคำเดียวว่า … ฆ่าซะ ! … ฆ่าซะ !” 

ชีวิตที่เปลี่ยนผันเพียงชั่วข้ามคืน หมอเทมมะกลายเป็นหมาหัวเน่า เขาได้แต่มานั่งปรับทุกข์กับโยฮันที่นอนสงบนิ่งอยู่  …  

mon06 
หมอเทมมะ มาระบายความอัดอั้นกับโยฮัน โดยไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อยว่า …

ฉันไม่ได้ทำผิดอะไรซักหน่อย การช่วยชีวิตคนคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับหมอไม่ใช่หรือ  พวกมันมีอะไร ทำอย่างนั้นไม่ใช่หมอแล้ว เป็นแค่คนบ้าเงินธรรมดาเท่านั้นเอง คนแบบนั้นตายไปซะดีกว่า ! 

หมอเทมมะระบายความอัดอั้นออกมาอย่างหมดความอดทน โดยหารู้ไม่ว่า โยฮัน ฟื้นสติขึ้นมาแล้ว!

พฤติกรรมต่อต้านสังคมในหนัง

พฤติกรรมต่อต้านสังคมในหนัง 

Antisocial Personality Disorder : APD

////////////////////////

psycho1ไปเจอคำๆ นี้เข้าให้ คิดว่ามันน่าสนใจดีเลยนำเอามาลองวิเคราะห์และหาตัวอย่างประกอบจากประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ผ่านมา 

Antisocial Personality Disorder หรือพฤติกรรมการต่อต้านสังคม ข้าพเจ้าไม่ค่อยแน่ใจนักว่าพฤติกรรมที่ว่านี้จัดเป็นอาการป่วยประเภทหนึ่งหรือไม่ แต่ในตำราจิตวิทยาเขาใช้คำว่า อาการผิดปรกติทางทางจิต ซึ่งก็คงจะเป็นความหมายเดียวกันกระมัง 

อาการแบบนี้ตำราเขาว่า เป็นพวกที่ไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดีต่อสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไปว่าจะส่งผลกระทบใดๆ ต่อผู้อื่นหรือไม่ โดยมักจะคิดถึงแต่ตนเองเป็นหลัก ไม่รู้สึกเสียใจต่อความผิดที่ได้กระทำลงไป (เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกน่ะสิ) ในทฤษฎีของ ฟรอยด์ กล่าวไว้ว่า คนกลุ่มนี้จะมี Id และ Ego สูงกว่าคนปรกติ แต่จะมี Superego ต่ำกว่าด้วยเช่นกัน ซึ่งพฤติกรรมการต่อต้านสังคมก็นับเป็นของโปรดของผู้สร้างภาพยนตร์ โดยเราสามารถแบ่งตัวละครประเภทนี้ออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ต่อต้านสังคมในเชิงบวก หมายถึงว่าหวังดีต่อส่วนรวมแต่อาจจะกระทำไม่ดี กับกลุ่มที่ต่อต้านสังคมในเชิงลบ หมายถึงทำสิ่งไม่ดีโดยเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ  

ตัวอย่างของกลุ่มที่ต่อต้านสังคมในเชิงบวก 

psycho2Jigsaw จาก Saw

จิ๊กซอว์ เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่มักจะจับเหยื่อมาเล่นเกมประหลาดๆ โดยเหยื่อแต่ละรายจะมีทางออกสำหรับปลดปล่อยตัวเองสู่อิสรภาพ แต่ต้องแลกด้วยอวัยวะบางส่วนของร่างกาย พูดง่ายๆ ก็คือ เหยื่อจะต้องเลือกระหว่างสูญเสียอวัยวะบางส่วนหรือจะตาย 

เดิมที่ จิ๊กซอว์ ก็เป็นคนปรกติทั่วไปนี่แหละ แต่หลังจากที่เขารู้ว่าตนเองป่วยใกล้ตาย จึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับชีวิต โดยเขาเฝ้ามองผู้คนรอบตัวที่ใช้ชีวิตโดยไร้คุณค่า และพยายามสั่งสอนบทเรียนให้กับผู้คนเหล่านั้นด้วยวิธีการที่ไม่ปรกติ ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ให้เหยื่อเลือกเอาระหว่างควักลูกตาตัวเองที่เขาซ่อนกุญแจสำหรับไขกับดักออกเอาไว้หรือจะปล่อยให้มันงับเอาหัวของตัวเองจนตาย หรือเลือกเอาระหว่างการตัดขาตัวเองทิ้งหรือจะยอมถูกล่ามโซ่อยู่อย่างงั้นไปจนตาย 

psycho3อันนี้ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นความปราถนาดีของ จิ๊กซอว์ หรือเปล่า ที่เขาพยายามสอนบทเรียนให้กับเหยื่อทุกรายว่าชีวิตนั้นมีค่ามากเพียงใด แต่การสั่งสอนด้วยวิธีการแปลกประหลาดและรุ่นแรงนั้น ขัดต่อศีลธรรมและกฎหมายบ้านเมืองอย่างสิ้นเชิง แต่ก็นั่นแหละ เขาอาจจะอ้างได้ว่าเขาปราถนาดีต่อทุกคนแถมทุกคนก็สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ เพียงแค่ยอมสละชิ้นส่วนบางชิ้นไปก็แค่นั้นเอง 

ทั้ง 3 ภาคของ Saw เราจะไม่เคยเห็น จิ๊กซอว์ ฆ่าคนเลย เหยื่อแต่ละรายที่ตายไปนั้น ล้วนแต่ตายเพราะเล่นเกมไม่ผ่านทั้งสิ้น 

psycho4
Batman

ในตอนกลางวันเขาคือมหาเศรษฐีหนุ่มมาดผู้ดี บรูซ เวย์น แต่พอตกกลางคืน เขาคือฮีโร่ผู้ออกปราบปรามเหล่าร้ายในนาม แบทแมน 

psycho5บรูซ เวย์น ในวัยเด็กต้องพบกับฝันร้าย เมื่อต้องเห็นพ่อและแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าตาต่อตา นั่นจึงเป็นความฝังใจที่ทำให้เขาเกลียดชังคนเลว เมื่อเติบโตขึ้นและอาศัยความเป็นมหาเศรษฐีที่ประดิษฐ์อาวุธไฮเทค อีกทั้งความสามารถในการต่อสู้ที่ดีพอตัว ทำให้เขาออกปราบปรามคนเลวภายใต้หน้ากากค้างคาวแล้วมันไม่ดีตรงไหนล่ะ ก็ในเมื่อ แบทแมน ออกขจัดคนพาล เขาไม่ได้ทำสิ่งชั่วร้ายซักหน่อย  

คำถามมันก็คือว่าแล้ว แบทแมน เป็นใครล่ะ เขามิได้มีหน้าที่อันชอบธรรมโดยกฎหมายในการปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ มันคือหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ใช่หรือไม่ จริงอยู่ที่ผู้มีหน้าที่โดยตรงอาจไม่สามารถปกป้องคนดีออกจากคนเลวได้หมด หรือแม้กระทั่งผู้ทำหน้าที่กลับกลายเป็นคนเลวเสียเอง แต่หากใครต่อใครพากันออกมาตั้งศาลเตี้ยกันหมดโดยอ้างว่าเพื่อผดุงความยุติธรรม แล้วเราจะมีกฎเกณฑ์บ้านเมืองไว้ทำไม อีกทั้งสิ่งที่ใครต่อใครจะพากันอ้างว่าเพื่อปกป้องนั้น แท้จริงแล้วทำเพื่อสังคมหรือตนเองกันแน่ 

จะว่าไปบรรดาซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหลายก็อยู่ในข่ายเดียวกัน พวกเขาเป็นใคร ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการหรือไม่ ??? ไม่เคยมี …พวกเขาฆ่าคนตาย ต่อให้ผู้ตายจะเป็นคนไม่ดีก็ตาม พวกเขาจะถูกลงโทษข้อหาฆ่าคนตายหรือไม่??? (ไม่เคยเห็นฉาก แบทแมน หรือ ซุปเปอร์แมน ถูกตำรวจจับนะ) ตำรวจยิงคนร้ายตาย ถือว่าทำตามหน้าที่ แต่ถ้าเรายิงโจรที่งัดบ้านเราตาย แต่เราก็ยังต้องถูกดำเนินคดีนะ       

ตัวอย่างของกลุ่มต่อต้านสังคมในเชิงลบ 

psycho6Hannibal Lecter

ข้อนี้หลายท่านอาจไม่เห็นด้วย แต่ในมุมมองของข้าพเจ้า เห็นว่าเหยื่อแต่ละรายของ ดร.เล็คเตอร์ ล้วนตอบสนองความต้องการส่วนตัวของเขาทั้งสิ้น การจากไปของเหยื่อแต่ละราย ไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อสังคม หากแต่ยังสร้างความสูญเสียให้แก่ผู้อยู่เบื้องหลังในการตายของเหยื่อบางรายด้วยซ้ำ 

ใน Silence of the lamps ดร.ชิลตัน ผอ.โรงพยาบาลจิตเวช ต้องเสร็จ เล็คเตอร์ เพียงเพราะเขาปฏิบัติตัวไม่สุภาพกับเขาในระหว่างที่ถูกคุมตัว หรือสองนายตำรวจที่ทำหน้าที่คุมตัว เล็คเตอร์ ก็ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยซักหน่อย แต่ก็ถูกแหวกหน้าท้องและถลกหนังหัวเพื่อใช้ในการหลบหนี ใน Hannibal สารวัตร พาซซี่ นายตำรวจอิตาเลียน ต้องถูกแขวนคอ (พร้อมกับควักไส้) เพียงเพราะเขาต้องการจับ เล็คเตอร์ เพื่อแลกกับสินบนนำจับ หรือใน Red Dragon นักดนตรีที่ถูกเชือดมาทำเป็นอาหารค่ำ ก็ตายเพียงเพราะเขาเห็นว่าเล่นฟลุทไม่เข้ากับวง นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่เห็นได้ชัดว่า ฮันนิบาล เล็คเตอร์ จัดการกับเหยื่อด้วยความพอใจส่วนตัวล้วนๆ  

psycho7

ใน Hannibal Rising หนังได้เผยถึงมูลเหตุที่ทำให้เขามีพฤติกรรมเช่นนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยทำให้ตัว เล็คเตอร์ น่าเห็นใจสักเท่าไหร่ เพราะบทสรุปสุดท้ายสิ่งที่เขาทำมันก็เพื่อสนองความต้องการของตัวเองทั้งสิ้น 

psycho8Michael Corleone จาก The Godfather

ว่ากันว่าในยุคสมัยของ ดอน วีโต้ อาณาจักรของครอบครัว คอลิโอเน่ นั้นยิ่งใหญ่สุดประมาณ แต่มาในยุคของ ไมเคิล อาณาจักรนั้นกลับยิ่งใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า และยังอันตรายขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าเช่นกัน  

ในภาคแรกเราจะเห็นได้ชัดเจนว่า ไมเคิล ไม่เห็นด้วยเลยและไม่มีความคิดจะสืบสานอำนาจต่อจากพ่อ แต่หลังจากที่ ดอน วีโต้ ถูกลอบสังหาร ไมเคิล กลับกลายเป็นผู้ที่ก้าวขึ้นมาสืบทอดอำนาจของครอบครัวแทนอย่างที่ตัวเขาเองก็เต็มใจ หลายครั้งที่การตัดสินใจของ ไมเคิล สร้างความสะอิดสะเอียนและขัดต่อศีลธรรมยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นการเชือดโสเภณีนางหนึ่งเพื่อจัดฉากในการดึงเอาวุฒิสมาชิกมาเป็นพวก การสังหารผู้ที่หักหลังครอบครัวอย่างเหี้ยมโหด การสั่งฆ่าพี่เขย และที่สำคัญคือการสั่งฆ่าพี่ชายแท้ๆ ของเขาเอง ซึ่งเป็นตราบาปที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต 

psycho9ไมเคิล อ้างว่าทั้งหมดนั้นก็เพื่อครอบครัว ซึ่งมิใช่ครอบครัวของเขาเอง แต่หมายรวมถึงอาณาจักรการปกครองอันยิ่งใหญ่ของเขา ซึ่งดูเหมือนเขาจะให้ความสำคัญต่อมันมาก มากเสียจนละเลยครอบครัวแท้ๆ ของตนเองในบางครั้ง แต่กว่าจะรู้ตัว ไมเคิล ก็ต้องสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างไป แม้กระทั่งลูกสาวคนเดียวที่เขารักสุดหัวใจก็ต้องจากไปในอ้อมแขนของเขา ที่อำนาจบารมีอันล้นฟ้าก็ไม่สามารถรักษาชีวิตลูกสาวของเขาไว้ได้ 

ช่วงชีวิตสุดท้ายของ ไมเคิล ก็ไม่ต่างจากพ่อของเขาที่ไม่ได้ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายกับครอบครัวที่เขารัก แต่ต้องจบชีวิตเพียงลำพังท่ามกลางลมร้อนยามบ่ายในอิตาลี 

kb1
The Bride จาก Kill Bill

ตัวละคร เดอะ ไบรด์ ต้องออกตามล้างตามเช็ดมือสังหารที่ทำร้ายเธอจนปางตายทั้งๆ ที่เธอกำลังตั้งท้อง และโดยเฉพาะ บิลล์ อดีตเจ้านายและคนรักที่เป็นคนสั่งเก็บเธอ พล็อตเรื่องมีเท่านี้จริงๆ ไม่ต้องไปตีความเรื่องสิทธิสตรีหรือเรื่องมนุษยธรรมอื่นใด ทั้งหมดเกิดจากความแค้นส่วนตัวเพียวๆ  

kb2เดอะ ไบรด์ อาจลืมไปแล้วว่าในอดีต เธอก็คือมืองสังหารที่ฆ่าคนตามใบสั่ง (Bill) จนกระทั่งเธอตั้งท้อง ถึงได้คิดได้ว่าจะยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องอยู่ในสังคมแบบเธอไม่ได้ เธอจึงหนีจาก บิลล์ (Bill) ในที่สุดเธอก็มีชื่ออยู่ในใบสั่งฆ่า (Bill) แต่หลังจากที่เธอรอดตาย เธอก็จดชื่อคนที่เธอต้องตามล่าไว้ในโพย (Bill) โดยมี บิลล์ (Bill) เป็นเป้าหมายสุดท้าย 

เธอฆ่าโดยไม่สนใจว่าเป็นใคร หากเข้ามาขัดขวางการชำระแค้นของเธอก็จงตายซะเถิด ในวินาทีนั้นเธอลืมถึงศีลธรรมอันดี ทั้งๆ ที่เธอพยายามปกป้องลูกเพื่อสิ่งนั้นมิใช่หรือ ขอถามหน่อยว่าสุดท้ายเมื่อเธอได้ลูกคืนมา เธอจะยืดอกสั่งสอนเรื่องศีลธรรมให้กับลูกได้อย่างเต็มภาคภูมิได้อย่างไร