Monster : คนปีศาจ (ตอนสุดท้าย)
Monster : คนปีศาจ (ตอนแรก) / (ตอนสอง)
สองตอนก่อนหน้านั้นคือที่มาของเรื่องราวอันน่าติดตามของการ์ตูนเรื่องนี้ ระหว่างการเดินทางไล่ล่าโยฮันของหมอเทมมะและนีน่า ทั้งคู่ต่างต้องพบกับผู้คนมากมายที่ต่างมีเรื่องราวความทุกข์ มีเบื้องหลัง มีปมชีวิตที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจสารเลวที่ฆ่าพ่อแม่บุญธรรมของนีน่า ที่กลายเป็นไอ้ขี้ยา อดีตนายตำรวจชาวอังกฤษที่พาภรรยามาเยี่ยมลูกชายในเยอรมัน อดีตนักฆ่าที่รับเด็กหญิงชาวพม่ามาเลี้ยงไว้ หลังจากที่สังหารแม่ของเธอต่อหน้าต่อตา จิตแพทย์ที่หมกหมุ่นอยู่กับการขุดคุ้ยสิ่งที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจของผู้ป่วย อดีตนายทหารเยอรมันตะวันออกที่ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างโดดเดี่ยวและหวาดกลัว ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดต่างก็ช่วยปะติดปะต่อเรื่องราวจนทำให้หมอเทมมะและนีน่าค้นพบที่มาที่ไปของปีศาจในตัวโยฮัน
จริงๆ แล้วผู้เขียนสามารถสรุปประเด็นได้โดยง่าย แต่นั่นอาจจะเป็นการดูถูกผู้อ่านเกินไปเสียหน่อย อาจารย์อุราซาว่าเลยเพิ่มพล็อตมากมายเสริมเข้าไป และพยายามเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับผู้อ่าน ทั้งผู้คนมากมายและเหตุการณ์ต่างๆ ที่หมอเทมมะและนีน่าต้องประสบ ล้วนแต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้คำถามทุกคำถามกระจ่างชัดขึ้นมา
การกระทำของตัวละครแต่ละคน (โดยเฉพาะฝ่ายร้าย) ล้วนแต่มีผลกรรมที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็ไม่มีซักรายที่จบลงด้วยความสุข ไม่เพียงเท่านั้น มันยังกลายเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับใครบางคน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่อาจารย์อุราซาว่าพยายามบอกแก่ผู้อ่าน ทุกคนล้วนได้รับผลตอบแทนจากการกระทำของตนทั้งสิ้น ขึ้นอยู่ที่ว่าเราทำดีหรือทำชั่ว
ตัวละครในเรื่องทำให้ผู้อ่านอาจจะนึกไปถึงตัวละครคลาสสิกจากหนังสือหรือภาพยนตร์บางเรื่อง อย่างพล็อตของตัวเอกที่ต้องหนีการตามล่าของทางการเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน ก็ช่างคล้ายกับ ดร. ริชาร์ด คิมเบิล ที่ถุกกล่าวหาว่าฆาตกรรมภรรยาตัวเอง จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนในภาพยนตร์ The Fugitive (ตัวเอกยังเป็นหมอเหมือนกันอีกต่างหาก) ตัวโยฮันที่ฆ่าคนได้โดยที่ตัวเองไม่ต้องลงมือ มาดนิ่มๆ ของเขาก็ชวนให้นึกถึง ดร. ฮันนิบาล เล็คเตอร์ ที่เป็นหนึ่งในเรื่องของการใช้จิตวิทยาชักจูงผู้คนให้คล้อยตาม และตัวละครสำคัญอย่าง สารวัตรลุงค์เก้ ก็ถอดแบบมาจาก สารวัตรฌาแวร์ จากนิยายอมตะของ วิคเตอร์ ฮูโก้ เรื่อง เหยื่ออธรรม (Les Miserables)

ภาพปก DVD และใบปิดของภาพยนตร์ Les Miserables นำแสดงโดย เลียม นีลสัน, เจฟฟรี่ย์ รัช, อูม่า เธอร์แมน, แคลร์ เดนส์
ตั้งแต่ต้นเรื่องจนเกือบจะจบเล่มอยู่รอมร่อ สารวัตรลุงค์เก้ ก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าหมอเทมมะคือฆาตกรตัวจริง ทั้งที่ก็มีหลักฐานมากมายก่ายกองที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของหมอเทมมะ แต่เมื่อเขาปักใจเชื่ออย่างนั้นแล้ว ทุกอย่างก็ย่อมมีเหตุขัดแย้งชวนให้ตอกย้ำความเชื่อของตนให้หนักแน่นขึ้นกว่าเดิม เหมือนอย่างเช่น สารวัตรฌาแวร์ ที่ตลอดทั้งเรื่องเขาพยายามตามล่าตามจับ วาลฌอง อดีตขี้คุกที่กลับตัวกลับใจจนกลายมาเป็นนายกเทศมนตรี แต่สารวัตรฌาแวร์ก็ยังยึดมั่นในความเชื่อที่ว่า โจรมันก็ยังเป็นโจรวันยังค่ำ แม้กระทั่งเมื่อวาลฌองช่วยให้เขารอดตาย สุดท้ายเขาก็ยังเนรคุณด้วยการตามมาจับตัววาลฌองจนได้ ท้ายที่สุด สารวัตรฌาแวร์ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความดีของวาลฌอง จนต้องกระโดดน้ำตาย
สารวัตรลุงค์เก้และสารวัตรฌาแวร์ … มุ่งมั่นทำหน้าที่ตามความเชื่อของตนโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น
ในช่วงท้ายเรื่อง สารวัตรลุงค์เก้เริ่มมีท่าทีอ่อนลง หลังจากที่ไปพบคฤหาสน์กุหลาบ สถานที่ก่อเหตุสังหารหมู่ด้วยฝีมือของโยฮันในวัยเด็ก (โดยที่เขาไม่ได้ลงมือ!) เป็นครั้งแรกที่ความเชื่อมั่นของเขาเริ่มสั่นคลอน ในใจลึกๆ ของสารวัตรลุงค์เก้ก็เริ่มเชื่อว่าเขาพิพากษาคนผิดมาตลอด แต่เพราะความยึดมั่นในอัตตาของตนเอง ทำให้เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะหาหลักฐานมาหักล้างและเสริมความเชื่อเดิมของตนให้คงอยู่ต่อไป
แต่อย่างน้อยสารวัตรลุงค์เก้ก็ยังเชื่อมันในตัวเอง เขาทำในสิ่งที่เขาเชื่อว่าถูก แต่หมอเทมมะเองกลับไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ รวมทั้งสิ่งที่ทำไปแล้ว หมอเทมมะถามตัวเองอยู่ทุกครั้งว่าเขาทำถูกละหรือที่ผ่าตัดรักษาชีวิตให้โยฮัน ทั้งที่เป็นเขาเองพร่ำสอนคนอื่นให้รักชีวิต ชีวิตคนเรามีค่าเท่ากัน ไม่อยากมีใครต้องตาย แต่เขากลับกำลังตามล่าเพื่อจะฆ่าโยฮันด้วยตนเอง
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือว่า หมอเทมมะทำทุกอย่างนี้เพื่ออะไรหรือเพื่อใครกันแน่ เหตุผลที่เราได้ยินทุกครั้งก็คือ “ต้องไม่ให้มีใครตายเพิ่มอีก” แต่ตัวเขาเองนั่นแหละที่กำลังจะทำให้ใครคนหนึ่งต้องตาย ในเมื่อเขาเชื่อว่า “ชีวิตคนเรามีค่าเท่ากัน” แล้วชีวิตโยฮันล่ะ โยฮันไม่มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่หรืออย่างไร หรือว่าหมอเทมมะทำเพื่อตัวเอง เพื่อให้ตนเองพ้นข้อกล่าวหา เพื่อลบล้างความผิด … อย่าลืมว่าเขากำลังหนีจากข้อหาฆาตกรอยู่แท้ๆ แต่ดันพยายามทำให้ตัวเองเป็นฆาตกรโดยสมบูรณ์เสียเอง
ทั้งนีน่าและหมอเทมมะต่างพยายามจะเป็นผู้สังหารโยฮันด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายลงมือก่อน ทั้งคู่จึงตามล่าหาโยฮันแทบพลิกแผ่นดินเพื่อที่จะเป็นการปกป้องไม่ให้อีกฝ่ายต้องเป็นฆาตกร นีน่าบอกหมอเทมมะเสมอว่าไม่ใช่ความผิดของเขา เขาทำตามหน้าที่ของหมอ ในขณะที่หมอเทมมะก็เชื่อว่า นี่น่าบริสุทธิ์เกินกว่าที่จะให้มือของเธอมาเปื้อนเลือดของปีศาจ แต่ทั้งคู่ก็ลืมคิดไปว่า ที่สุดแล้วไม่ว่าใครจะเป็นคนลงมือ โลกก็จะสูญเสียไปอีกหนึ่งชีวิต และได้ฆาตกรเพิ่มมาอีกหนึ่งชีวิตเช่นกัน
อยากจะให้ชีวิตที่โหดร้ายมีอยู่เพียงแต่ในการ์ตูนเท่านั้น ไม่แน่ว่าชีวิตจริงอาจจะมีเผชิญโลกอย่างเดียวดายเหมือนโยฮันอยู่ ก็ได้แต่หวังว่า ปีศาจ ที่มีอยู่ในตัวเราทุกคนจะไม่โตขึ้น ๆ เหมือนอย่างปีศาจในตัวโยฮัน











