วันนี้จะพาไปดูของเล่น เป็นโมเดลบรรดาซูเปอร์ฮีโร่ ตัวละครจากภาพยนตร์ชื่อดัง ดารา นักร้อง นักกีฬา เอาเป็นว่าเป็นโมเดลคนดังจากทั่วโลก มารวมกันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เล็กๆ อีกแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเขตวัฒนธรรมในกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้
พระราชวังเคียงบก คือสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครไปเที่ยวโซลก็ต้องแวะไปเยี่ยม ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง แต่นอกจากพระราชวังสวยๆ แล้ว บริเวณใกล้ๆ กันนั้นเองยังมีเขตท่องเที่ยวที่เขาจัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์ มีบ้านเรือนสวยๆ ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึก และบรรยากาศแบบเกาลี้เกาหลี แถวนี้เขาเรียกว่า Samcheong-dong เดินเลียบพระราชวังขึ้นไปพอเหนื่อย ตลอดเส้นทางกว่า ๕ กิโล จะมีร้านรวงน่ารักๆ เหมาะสำหรับใครที่ไปเที่ยวกันป็นคู่ๆ จุดประสงค์ของผมคือไปดูมิวเซียม หลังจากดูวังเสร็จแล้วลองเดินไปตามเส้นทางที่บอก ตามทางเขาจะมีแผนที่บอกเป็นระยะๆ ว่าจะเจออะไรข้างหน้าบ้าง

มีป้ายบอกทางเก๋ๆ แบบนี้เป็นระยะ เพื่อบอกว่าข้างหน้ามีอะไรน่าสนใจให้เที่ยวบ้าง

สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นไม้และร้านรวงที่ใครไปเที่ยวก็อยากให้แวะไปเดินเล่นครับ
จุดหมายของผมคือ Kino Toy Museum จากที่ทำการบ้านไปก่อนเขาว่าเป็นมิวเซียมเล็กๆ ที่เป็นแหล่งสะสมของเล่น อยากไปดูของเล่นเก่าๆ โมเดลเก่าๆ พอไปถึงก็เกือบจะเดินเลย เพราะแทบจะสังเกตไม่เห็น ทางเข้าก็เล็กนิดเดียว เป็นประตูแค่บานเดียว อยู่ริมถนนติดกับร้านกาแฟสุดเก๋
เดินผ่านประตูขึ้นบันไดวนไปชั้นสองครับ มิวเซียมนี้เขาทำขึ้นบนชั้นสองของตึกแถวแคบๆ แห่งหนึ่ง ผ่านด่านแรกเข้าไปก็เจอสาวน้อยสองนางนั่งคุมอยู่ เหมือนเดิมครับ คือคุยภาษาอังกฤษกันแบบงูๆ ปลาๆ จ่ายตังคืเรียบร้อยก็สอบถามว่าเจ้าของอยู่ไหม เธอว่าไม่อยู่ เธอแค่มาคอยดูแลความเรียบร้อย เดาเอาว่าก็คงเป็นนักศึกษามารับจ็อบพิเศษล่ะครับ

ทางเข้าเป็นประตูเหล็กเล็กๆ ระวังเดินเลย

บันไดทางขึ้นโทรมๆ ดูเลอะเทอะ ติดโปสเตอร์การ์ตูนเต็มไปหมด
แว่บแรกที่สะดุดตาก็คือเจอโปสเตอร์การ์ตูนครอบครัวซิมป์สันสุดแสบที่หน้าประตู ผ่านเคาน์เตอร์เข้าไปก็เจอซูเปอร์แมนตัวเบ้อเริ่มยืนต้อนรับ ถัดไปหน่อยจะเจอมุม สตาร์วอร์ส คอลเล็คชั่น สาวกสตาร์วอร์สคงร้องกรี๊ดแน่ๆ มีโปสเตอร์ ฮันส์ โซโล ขนาดเท่าตัวจริงยืนจังก้ารออยู่
เหลียวมองรอบๆ พบว่ามิวเซียมนี้มันเล็กจริงๆ แฮะ พื้นที่เล็กๆ เขาก็ยังอุตส่าห์แบ่งซอยเป็นห้องๆ เพื่อแยกประเภทของสะสม เอาเข้าจริงแล้วมันก็เกือบจะไม่แยกเท่าไหร่ เพราะแต่ละห้องมันก็เชื่อมโยงกันหมดนั่นแหละ เกือบทั้งหมดเป็นโมเดลจำลองคนดังจากทั่วโลก ทุกวงการ ทั้งดารา นักร้อง นักกีฬา ตัวละครจากหนังดังๆ ซูเปอร์ฮีโร่ทั้งจากญี่ปุ่นและฝั่งอเมริกา บางตัวผมเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ก็มาเจอกันที่นี่
ผมปิ๊งขึ้นมาทันทีว่าเสน่ห์ของมิวเซียมแห่งนี้อยู่ที่ตัวของที่จัดแสดงนี่เอง ทุกตู้โชว์แทบจะไม่ต้องมีป้ายบอกชื่อก็ได้ เพราะข้อมูลทั้งหมดมันมาจากคนดูเองนั่นแหละ วันนั้นผมเจอเพื่อนร่วมชมหลายคน มีทั้งเด็กวัยรุ่น ชาวต่างชาติ คุณพ่อที่พาลูกสาวสองคนมาชม คุณแม่ที่พาลูกชายจอมซนมาดู ผมสังเกตว่าทั้งหมดต่างพูดคุยกันถึงโมเดลที่ยืนดูอย่างออกรส คุณพ่อก็เล่าเรื่องหุ่นตัวโน้นให้ลูกฟัง คุณแม่ก็สนุกไปกับความตื่นเต้นของลูกชาย เด็กวัยรุ่นก็ตื่นตาตื่นใจกับตัวละครที่เขาคุ้นเคย นี่แหละครับ ข้อมูลมันถูกคายออกมาจากตัวผู้ชม อย่างผมเองพอมายืนต่อหน้า มูเตคิง (ไม่รู้จักล่ะสิ) ปาร์แมน หุ่นไดมอส (ไม่รู้จักอีกล่ะเซ่) อดีตในวัยเด็กก็ไหลออกมาจากลิ้นชักความทรงจำ ถ้ามีใครแอบดูอยู่ก็จะเห็นผมยืนยิ้มอยู่คนเดียว

ด่านแรกของสองสาวหน้าหมวยนี่แหละ พร้อมด้วยซูเปอร์แมนตัวบักเอ้บ
ค่าเข้าชม ๕,๐๐๐ วอน ค่อนข้างแพงอยู่

มุมนี้เป็นมุมอุลตร้าแมนแห่งดาว M-78 ยกกันมาทั้งครอบครัว
อย่างที่บอกว่ามิวเซียมนี่มันเล็กจริงๆ เขาเลยพยายามใช้พื้นที่มให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และบางห้องก็ดัดแปลงเอาแบบที่อาจจะเรียกว่าตามมีตามเกิดได้ล่ะมั้ง คือเขาเอาผ้าใบมาขึงเป็นห้องพอกันแดดกันฝน แต่ถึงจะดูบ้านๆ แบบนี้ ก็ไม่มีใครว่าอะไร เพราะมูลค่าของมันอยู่ที่ของเล่นที่ยืนโชว์อยู่ในตู้มากกว่าสถานที่อันสวยงาม
เจ้าของ Kino Toy Museum แห่งนี้คือ Mr. Son Won-Kyung เขาหลงใหลโมเดลจำลองตั้งแต่เด็กๆ และคนที่สร้างแรงบันดาลใจเจ๋งๆ นี้ให้เขาก็คือพ่อและแม่ของเขานั่นเอง แรกเริ่มที่เขาสร้างมิวเซียมแห่งนี้ เพื่อนๆ และใครต่อใครต่างก็ยิ้มเยาะเขา แต่ตอนนี้คู่มือท่องเที่ยวของกรุงโซลแทบทุกเล่มจะต้องบรรจุมิวเซียมของเขาไว้ในนั้นด้วย
มิวเซียมของเล่นแบบนี้มีอยู่ทั่วโลกครับ บ้านเราก็เพิ่งมี คือพิพิธภัณฑ์ของเล่นของ อาจารย์เกริก ยุ้นพันธ์ ที่ จ.อยุธยา มิวเซียมแบบนี้เกิดขึ้นจากความหลงใหลเล็กๆ ของคนตัวเล็กๆ ครับ ต่อให้ใครมองว่ามันไร้สาระ แต่มันคือเรื่องราวที่สำคัญของผู้สะสม ฉะนั้น อย่าเพิ่งไปตีค่าความไร้สาระของใครบางคนนะครับ เพราะวันนึงมันอาจจะกลายเป็นของมีค่าของใครอีกหลายคนก็ได้

คุณพ่อและลูกสาวกำลังดูตู้ตัวละครจาก Toy Story

คุณแม่หมดแรงแล้ว แต่คุณลูกยังสนุก
ใครที่สนใจแวะเข้าไปดูเว็บไซต์ของเขาได้ที่ www.toykino.com แต่เป็นภาษาเกาหลีนะครับ