ไปดูเขาชงชาที่อึนเฮียนกุง


วัฒนธรรมการดื่มชานั้น นอกจากที่จีนและญี่ปุ่นซึ่งเราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วนั้น ชาวเกาหลีเองก็ดื่มชากันจัดมิใช่น้อย วันนี้จะพาไปดูการชงชาแบบไม่ได้ตั้งใจที่พระราชวังอึนเฮียนกุง

หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจกับเค้กข้าวเรียบร้อยก็เดินเท้าต่อไปยังพระราชวังอึนเฮียนกุง (Unhyeongung Palace) ซึ่งเขาว่าเป็นวังที่เล็กจ้อยที่สุดในบรรดาวังในกรุงโซล เป็นวังที่เชื้อพระวงศ์ใช้เป็นที่พักอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ด้วยเหตุนี้กระมังถึงได้มีขนาดกะทัดรัดมากที่สุดเมื่อเทียบกับวังอื่นๆ หากใครเดินทางมาเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ต๊อกแล้วก็เดินไปอีกหน่อยก็จะเจอ ไม่ต้องนั่งรถให้เปลืองทรัพย์ครับ ไม่งั้นก็ลงที่สถานี Anguk จำไม่ได้ว่าออกที่ทางออกไหน ลองดูแผนเอาเองละกัน เดินนิดเดียวเอง


ทางเข้าพระราชวังอึนเฮียนกุง วันนั้นคึกคักเป็นพิเศษเพราะมีงานเทศกาลพอดี


ในงานมีของมาขายกันสนุกสนาน แม่ค้าทุกคนแต่งกายย้อนยุคดูเพลินตาดี

หากดูตามแผนที่ก็ต้องเดินตามถนนหลัก แต่ลองถามเชฟคนสวยที่พิพิธภัณฑ์ต๊อกได้ความว่าสามารถเดินลัดซอยเล็กๆ ได้ ทีแรกก็งงๆ ว่าได้จริงเหรอ เพราะรอบข้างมันดูมีแต่บ้านคน แต่พอทะลุเจอถนนใหญ่ก็เจอรั้ววังพอดี ไวกว่าเดินตามถนนหลักเยอะ ซอยต่างๆ ในกรุงโซลนั้นไม่ว่าจะเล็กขนาดไหนก็ไม่เหงาครับ มักจะมีร้านค้าแทรกตัวอยู่เสมออย่างที่เคยเล่าไปในตอนก่อนๆ ว่าแม้จะดูด้วยสายตาแล้วอาจจะคิดว่าไม่น่ามีร้านอะไรมาเปิด แต่มันกลับมีครับ แล้วก็ขายดิบขายดีเสียด้วย ทำเลนั้นไม่ใช่ปัญหาจริงๆ ถ้าร้านคุณเจ๋งพอ

วันนั้นที่วังนี้เขากำลังมีเทศกาลอะไรซักอย่าง อ่านไม่ออก ประมาณว่าเป็นเทศกาลพื้นบ้าน เพราะเห็นคนในงานแต่งกายย้อนยุคกันทั้งนั้น โดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ใส่ชุดฮันบกเดินกันสลอน ที่ทางเข้าจะมีจุดซื้อบัตร แต่วันนั้นมีงานใหญ่ ผมเลยเดินมึนๆ เข้าไปฟรีๆ ไม่ยักกะมีใครเรียก เดินเข้าไปหน่อยนึงจะเจอลานกว้างเขาจัดเป็นตลาดเล็กๆ ขายของย้อนยุคจำพวกของกินของใช้ ก็มีกิมจิ อาหารดองต่างๆ ถ้วยชามรามไห เสื้อผ้า งานศิลปะ รวมถึงใบชา ซึ่งน่าจะเป็นไฮไลท์ของงานนี้

ด้านในมีเวทีแสดงศิลปะพื้นบ้าน ดูไม่เข้าใจหรอกครับ เป็นคนป้าคนนึงร้องอะไรที่คล้ายๆ บทกวี คงเหมือนๆ ร้องลำตัดบ้านเรากระมัง แล้วก็มีคนคอยตีกลองให้จังหวะ แกก็ร่ายกลอนของแกไปเรื่อยๆ ยาวนานเชียวล่ะ พอเสร็จพิธีก็มีการแสดงชุดต่อไปเป็การร่ายรำแบบโบราณ ซึ่งก็ดูเพลินๆ แปลกตาดี


บนเวทีมีการแสดง แกร่ายบทกวีโหยหวนแต่ฟังไม่รู้เรื่อง
อยากให้ดูธงที่ตกแต่ง แม่งโคตรนานาชาติ

ข้างๆ เวทีเขากั้นเป็นห้องเล็กๆ มีถ้วยชามวางเรียงกัน เดาเอาว่าน่าจะมีการประกวดอะไรกันซักอย่าง เพราะเห็นมีคนเข้ามาชมตลอด ซักพักมีเจ้าป้ากลุ่มนึงถือแฟ้มเข้ามาดูมาวิจารณ์อะไรล้งเล้งแล้วก็จดอะไรยิกๆ ลงแฟ้ม เริ่มจะจับทางได้แล้วว่ามีงานอะไร

จริงๆ แล้วตั้งใจจะมาดูวังมากกว่าแต่บังเอิญมีงานแบบนี้ก็เลยไม่ได้ดูวังซักเท่าไหร่ พื้นที่ที่ค่อนข้างแคบอยู่แล้วถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานเสียหมด เดินเข้าไปในเขตตัวพระราชวังก็พบกับสาวๆ ในชุดฮันบกปูเสื่อนั่งเรียงเป็นแถว พร้อมด้วยอุปกรณ์ชงชานานาชนิด ก็พอเดาได้ว่าเขาคงประชันฝีมือชงชากันแหงแซะ

ที่เกาหลีเขาก็มีพิธีชงชาเหมือนกันที่ญี่ปุ่น เราอาจจะคุ้นเคยกับพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า ซาโดะ หรือ ซาโนยุ ซึ่งผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันนะว่าเกาหลีเขาก็มี ที่นี่เขาก็นิยมดื่มชากัน ตามร้านสะดวกซื้อก็มีชาหลายประเภทหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ ตามร้านขายอาหารก็เสิร์ฟชา บ้านพักที่ผมมาอยู่เขาก็ชงชาไว้กาเบ้อเริ่ม คืดกินชาแทนน้ำนั่นแหละ แต่ที่นี่เขากินแบบเย็นไม่เหมือนที่ญี่ปุ่นที่ต่อให้อากาศร้อนแค่ไปไหนก็เสิร์ฟชาร้อนตลอด เห็นว่าประเพณีดื่มชาของเกาหลีก็รับเอามาจากจีนเมื่อนานมาแล้ว เดิมทีก็กินในในราชสำนักก่อนจะขยายออกมาถึงชาวบ้านทั่วไป ส่วนพิธีกรรมการชงชานั้นก็สืบทอดมาจากการชงชาในพิธีกรรมทางศาสนา เป็นการฝึกจิตฝึกสมาธิ คล้ายๆ กับของญี่ปุ่นนะ ที่นี่เขาเรียกว่า ดาโด


ก่อนเริ่มพิธีก็รีบจัดเตรียมอุปกรณ์กันยกใหญ่
ที่พระราชวังแห่งนี้เป็นที่เดียวที่ไม่มีการตกแต่งด้วยสีสันฉูดฉาด
แต่ก็ดูคลาสสิคด้วยสีของเนื้อไม้และลวดลาย

วิธีการก็ยุ่งยากซับซ้อนพอๆ กัน ทั้งญี่ปุ่น จีน หรือเกาหลี ความร้อนต้องพอดี ต้องมีลวกถ้วยก่อน มีล้างใบชา มีขั้นตอนห่าอะไรสารพัดกว่าจะได้ดื่ม ตอนที่ผมไปก็เกือบจะบ่ายแล้ว ก็เกือบจะได้เวลาพอดี ก็เลยเดินสำรวจดูรอบๆ ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่แต่ละคนน่าจะมาจากสำนักต่างๆ (ผมเข้าใจเอาเองนะ) แต่ละรายก็แต่งสวยสุดฤทธิ์ ขนเอาเครื่องถ้วยที่สวยที่สุด เอาชาที่ดีที่สุด จัดเตรียมมาประชันกัน บางคนก็เอาขนมสำหรับทานแกล้มมาเตรียมไว้ด้วย คือมีอะไรที่ดีๆ สวยๆ ก็ขนมาหมด ขณะรอเวลาบรรดานักท่องเที่ยวก็ถ่ายรูปกันอุตลุด ไม่ก็ถามโน่นถามนี่กันจ้าละหวั่น ส่วนใหญ่เป็นคนเกาหลีเองทั้งนั้น

พอได้เวลาก็จะมีเจ้าป้ากลุ่มนึงเดินบอกสาวๆ ว่า เริ่มชงชาได้ แล้วก็เชื้อเชิญให้คนที่มาดูร่วมวงดื่มชาด้วย ผมเองก็อยากนั่งแจมด้วยหรอก แต่โดนตัดหน้าไปซะนี่ (แน่นอนว่าผมเล็งสาวที่ดูน่ารักที่สุด ฮ่าๆ) ผมคิดว่าจริงๆ แล้วนี่อาจจะไม่ใช่การประชันการชงชาก็ได้ เพราะดูเขาชงแบบธรรมดาๆ ไม่มากพิธีอย่างที่เข้าใจ มาค้นข้อมูลดูทีหลังก็พบว่าพิธีการจริงๆ นั้นค่อนข้างซับซ้อนทีเดียว ที่ผมเห็นนี่อาจจะเป็นแค่พิธีแบบมินิหรือไม่ก็อาจจะแค่แข่งกันเรื่องอื่นก็เป็นได้ แต่ละคนก็ชงไปเสิร์ฟไป เจ้าป้าที่เป็นกรรมการก็เดินดูแล้วก็ให้คะแนน ใครที่ยังไม่ถึงคิวก็ชงไปเรื่อยๆ ให้แขกที่เข้ามาชมดื่ม ดูแล้วก็น่าสนุกดี เป็นการสืบสานวัฒนธรรมที่น่ายกย่องแล้วคนบ้านเขาเองก็ดูจะสนอกสนใจไม่น้อย


งานยังไม่เริ่มแต่ละคนก็นั่งเม้าท์กันกันเซ็ง ดูเหมือนจะรู้จักกันเกือบทั้งนั้น


คนนี้ผมเชียร์สุดใจเลย เบอร์ ๑๕ ป้วนเปี้ยนอยู่นั่นแหละไม่ยอมไปไหน


พอเริ่มงานดันถูกอีตาสองคนนี่แย่งที่ไปซะได้
ก็มันเล่นจองที่ล่วงหน้า ดูเจ้าอื่นๆ ยังไม่มีใครนั่งเลย แม่งจองแต่หัววัน


เจ้าป้าชุดขาวนั่นน่าจะบิ๊กพอสมควร เห็นใครต่อใครโค้งให้แกหมด
ในภาพแกกำลังเดินให้คะแนนอยู่

ผมไม่ได้อยู่ดูจนจบหรอกครับ เพราะดูท่าทางจะลากยาวถึงเย็น แต่ก็ถือว่าคุ้มนะครับที่ได้มาดูอะไรดีๆ แบบบังเอิญ ที่จริงที่เกาหลีเขาก็มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชานะครับ แต่ไม่ได้อยู่ที่โซล อันนี้ก็แสดงให้เห็นว่าบ้านเขาให้ความสำคัญกับทุกสิ่งที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาวเกาหลี เพราะไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์ให้อนุชนรุ่นหลังเท่านั้น มันยังแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเรียกเงินจากกระเป๋าจากชาวต่างชาติได้อีกด้วย

4 Responses to ไปดูเขาชงชาที่อึนเฮียนกุง

  1. อยากไปเที่ยว แบบบรรยากาศ จริงๆ จัง

  2. Pingback: เดินดูมิวเซียมเยี่ยมพระราชวังในโซล |

  3. Pingback: เดินดูมิวเซียมเยี่ยมพระราชวังในโซล |

  4. Pingback: เดินดูวังในโซล (ด๊อกซูกุง) |

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s