กิจการห้องสมุดเฟื่องฟูอย่างสุดขีดในยุคทอง (Golden Ages) ในช่วงปี ค.ศ.๑๖๐๐ เป็นต้นมา ประกอบกับความเจริญรุ่งเรืองของสถาบันการศึกษาหลายๆ แห่งในยุโรป มีการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย และยังได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายรัฐ ทำให้กิจการห้องสมุดพัฒนาขึ้นอย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด (Oxford University) มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ ก็มีห้องสมุดที่เก่าแก่พอๆ กัน คือ Bodleian Library ก่อตั้งโดย Sir Thomas Bodley ในปี ๑๖๐๒ จัดเป็นห้องสมุดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองของเกาะอังกฤษ (อันดับหนึ่งคือ British Library) ว่ากันว่าถ้าเอาชั้นหนังสือของที่นี่มาเรียงต่อกันจะได้ระยะทางยาวถึง ๑๘๘ กิโลเมตรเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นห้องสมุดที่มีอัตราการขยายตัวสูงคือประมาณการณ์ว่าหากยังคงเอาชั้นหนังสือมาเรียงต่อกันก็จะขยายยาวได้ถึงเฉลี่ยปีละ ๕ กิโลเมตร ปัจจุบันหอสมุดแห่งนี้ก็ยังคงเปิดให้บริการอยู่ที่อ๊อกฟอร์ด
Bodleian Library ภายในมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด
ห้องสมุดที่อลังการที่สุดอีกแห่งหนึ่งในยุโรปคือ หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส (Bibliotheque Nationale de France) แต่เดิมเป็นหอสมุดของราชสำนัก สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๕ ราวปี ๑๓๖๘ ได้รับการสนับสนุนอย่างมากในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ต่อมาในปี ๑๖๙๒ จึงเปิดให้สาธารณชนเข้าไปค้นคว้าหาความรู้ได้อย่างเสรี ปัจจุบันหอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศสจัดเป็นห้องสมุดที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของยุโรป ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่และสร้างอาคารใหม่เพิ่มเติมในปี ๑๙๘๘ ในยุคของประธานาธิบดีฟรังซัวร์ส มิตเตอรองด์ (President Francois Mitterrand) หอสมุดแห่งนี้ได้รับการยกย่องเป็นห้องสมุดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก*

หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส Bibliotheque Nationale de France
นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดที่มีความสำคัญอีกหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วแผ่นดินยุโรป อย่างเช่นในอิตาลี ที่ยังคงสืบสานการพัฒนาห้องสมุดเมื่อครั้งยุคโรมันเรืองอำนาจ ห้องสมุดเด่นๆ ในอิตาลีมีอยู่มากมาย อาทิ ห้องสมุดลอเรนเทียน ในฟลอเรนซ์ (Laurentian Library, Florence) ห้องสมุดวาติกัน ในนครรัฐวาติกัน (Vatican Library, Vatican City) ห้องสมุดอัมโบรเซียม ในมิลาน (Ambrosian Library, Milan) นอกนั้นก็เช่น หอสมุดแห่งชาติสเปน ก่อตั้งเมื่อปี ๑๗๑๑ ตั้งอยู่ ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน หอสมุดแห่งชาติโปรตุเกส ก่อตั้งเมื่อปี ๑๗๙๖ ตั้งอยู่ ณ กรุงลิสบอน ในประเทศเยอรมันมีห้องสมุดสำคัญอยู่สามแห่ง คือ หอสมุดแห่งชาติเยอรมัน ที่นครเบอร์ลิน ก่อตั้งเมื่อปี ๑๖๖๑ หอสมุดนครไลป์ซิก และหอสมุดนครแฟรงค์เฟิร์ต ถัดมาทางฝั่งยุโรปตะวันออกก็มี หอสมุดแห่งชาติรัสเซีย ที่แต่เดิมคือ หอสมุดเลนิน (Lenin State Library) ตั้งเมื่อปี ๑๘๖๒ เหล่านี้เป็นต้น
ข้ามจากยุโรปมาที่แผ่นดินอเมริกากันบ้าง ห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งคือ หอสมุดมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (Havard University Library) หอสมุดแห่งนี้เริ่มต้นจากห้องสมุดส่วนตัวของสาธุคุณจอห์น ฮาวาร์ด (John Harvard) ที่มีหนังสือสะสมอยู่เพียง ๔๐๐ เล่ม แต่ตอนนี้มีหนังสืออยู่ที่นี่ถึงเกือบ ๑๖ ล้านเล่ม เป็นห้องสมุดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ห้าของโลก และเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Laurentian Library, Florence, ITALY ออกแบบและวางผังโดย ไมเคิล แองเจลโล

บรรยากาศภายในห้องสมุดนครรัฐวาติกัน

ห้องอ่านหนังสือที่โอโถงของหอสมุดแห่งชาติสเปน

ห้องอ่าหนนังสือของหอสมุดแห่งชาติรัสเซีย ได้บรรยากาศสังคมนิยมดีแท้

ห้องสมุดมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน Library of Congress ห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
และที่จะข้ามไปไม่ได้เด็ดขาดคือ หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน Library of Congress ห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี จัดเป็นหอสมุดแห่งชาติของอเมริกาและเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก ก่อตั้งเมื่อปี ๑๘๐๐ เดิมทีนั้นตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางกฎหมายและข้อมูลของทางราชการ ต่อมาได้มีการขยายเนื้อที่และเพิ่มเติมเอกสารอื่นๆเข้าไป จนในปี ๑๘๑๕ ถึงได้เปิดเป็นห้องสมุดสาธารณให้ประชาชนสามารถเข้าใช้ค้นคว้าได้โดยทั่วไป ทุกวันนี้หอสมุดรัฐสภาอเมริกันจัดเป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีอัตราการขยายตัวของข้อมูลสูงมาก รวบรวมเอกสารและข้อมูลทุกรูปแบบ ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า ๙๐ ล้านรายการ … (ต่อตอนหน้าจ้ะ)
* ห้องสมุดที่ใหญ่ที่ในโลก ๕ อันดับแรก ได้แก่
๑. Library of Congress
๒. British Library
๓. Bibliotheque Nationale de France
๔. New York Public Library
๕. Havard University Library
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่
เรื่องของ “ห้องสมุด” ที่มีแต่ “หนังสือ” ตอนที่ ๑ / ตอนที่ ๒
ป้ายกำกับ: ประวัติศาสตร์, หนังสือ, ห้องสมุด, library